สารบัญ 10 ตอน

1สามคนที่ถูกเรียกชื่อ 17 น. 2สองบริษัท สองเส้นทาง 14 น. 3วันที่ไม่มีใครเตือนล่วงหน้า 18 น. 4 ผู้ที่ไม่มีชื่อในเล่มเต็ม 5 ความทรงจำที่หนึ่งในเล่มเต็ม 6 ความทรงจำที่สองในเล่มเต็ม 7 ความทรงจำที่สามในเล่มเต็ม 8 ความทรงจำที่สี่ในเล่มเต็ม 9 ปีที่เหลืออยู่คนเดียวในเล่มเต็ม 10 วันที่ไม่มีใครเห็นในเล่มเต็ม
ซื้อทั้งเล่ม — 29 บาท

บทที่ 3

วันที่ไม่มีใครเตือนล่วงหน้า

เวลาอ่านโดยประมาณ 18 นาที


เสียงจากโทรศัพท์เริ่มห่างขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่สอง

ริชาร์ดที่เคยโทรมาถามสั้นๆ ว่า “เป็นไงบ้าง” ทุกสองสามสัปดาห์ เริ่มเปลี่ยนเป็นอีเมลแทน ประโยคสั้นลงเรื่อยๆ จนบางฉบับเหลือแค่คำว่า “ทำได้ดีมาก เดี๋ยวคุยกัน” แล้วก็เงียบไป พิมไม่คิดอะไรมาก คิดว่าเขาคงยุ่งกับงานอื่น ผู้บริหารระดับเขาก็คงต้องดูแลหลายประเทศพร้อมกันอยู่แล้ว บางครั้งเธอก็แค่ตอบอีเมลกลับไปสั้นๆ เหมือนกัน ไม่ได้คิดลึกไปกว่านั้น

จนกระทั่งวันหนึ่ง เลขาส่วนตัวของริชาร์ดโทรมาหาพิมโดยตรง เป็นครั้งแรกที่เธอโทรมาเองแบบนี้ พิมรับสายด้วยความรู้สึกแปลกๆ บางอย่างที่อธิบายไม่ถูก

“พี่ริชาร์ดลาป่วยค่ะ อาจจะสักพักหนึ่ง”

“ป่วยยังไงคะ” พิมถามทันที มือที่ถือโทรศัพท์เกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เลขาเงียบไปสองสามวินาที “หนูก็ไม่แน่ใจรายละเอียดค่ะ รู้แค่ว่าท่านกลับไปรักษาตัวที่บ้านเกิด”

พิมวางสายแล้วนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงานนานกว่าที่ตั้งใจ เธอมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังเปิดค้างอยู่โดยไม่เห็นตัวอักษรสักคำ เธอไม่รู้ว่าทำไมประโยคสั้นๆ แค่นั้นถึงทำให้รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างในอกหล่นหายไป

· · ·

สามเดือนถัดมา มีอีเมลแจ้งเวียนทั่วภูมิภาคฉบับหนึ่งส่งมาถึงทุกบริษัทในเครือ เนื้อหาสั้นและเป็นทางการ — มาร์คัส ลินด์ควิสต์ จะเข้ามารับตำแหน่งดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทนริชาร์ด วอสส์ ในระหว่างที่ริชาร์ดลาป่วย

พิมอ่านอีเมลนั้นซ้ำอยู่หลายรอบ ชื่อ “มาร์คัส ลินด์ควิสต์” ไม่มีความหมายอะไรกับเธอเลยตอนนั้น เป็นเพียงชื่อแปลกหน้าที่โผล่เข้ามาแทนที่ชื่อคุ้นเคย

พิมเจอมาร์คัสตัวจริงครั้งแรกในงานประชุมใหญ่ประจำไตรมาสที่จัดขึ้นที่โรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางเมือง เขาพูดเปิดงานด้วยสไลด์ที่เต็มไปด้วยตัวเลข กราฟ และคำว่า “efficiency” ซ้ำอยู่หลายครั้ง น้ำเสียงของเขาชัดเจน มั่นใจ แต่ไม่มีความอบอุ่นแบบที่ริชาร์ดเคยมี เขาไม่เคยยกตัวอย่างเรื่องคนสักครั้งตลอดการนำเสนอ มีแต่ตัวเลข เปอร์เซ็นต์ และกราฟแท่ง

ตอนพักเบรก มาร์คัสเดินมาจับมือพิมสั้นๆ “บริษัทฮาลเวรอนใช่ไหม ตัวเลขดีนะ” เขาพูดพลางมองข้ามไหล่พิมไปทางอื่นแล้ว เหมือนกำลังหาใครสักคนในห้อง

พิมยิ้มรับ ไม่รู้จะตอบอะไรมากไปกว่านั้น เธอสังเกตเห็นว่าหมลยืนอยู่ไม่ไกลจากมาร์คัสนัก คุยกันบางอย่างที่ฟังไม่ถึง แต่ท่าทางของหมลดูเป็นทางการกว่าปกติ เหมือนกำลังรายงานอะไรบางอย่าง มือข้างหนึ่งกอดแท็บเล็ตไว้แนบอก

พิมไม่ได้คิดอะไรมากในตอนนั้น เธอแค่รู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยที่ไม่เห็นรอยยิ้มของหมลเลยสักครั้งตลอดงาน ก่อนจะถูกลูกค้าคนหนึ่งเดินมาทักทาย ความคิดเรื่องหมลก็เลือนหายไปกับการสนทนาเรื่องอื่น

· · ·

วันธรรมดาวันหนึ่งในเดือนถัดมา พิมมีนัดบินไปประชุมกับซัพพลายเออร์ต่างประเทศ เป็นทริปสั้นๆ สองวันหนึ่งคืนที่วางแผนไว้ล่วงหน้าเป็นเดือน เธอออกจากออฟฟิศตั้งแต่เช้าตรู่ สั่งงานทีมไว้เรียบร้อยเหมือนทุกครั้งที่ต้องเดินทาง ก่อนออกจากบ้านยังแวะซื้อกาแฟแก้วโปรดที่ร้านประจำเหมือนทุกเช้า ไม่มีสัญญาณอะไรบอกว่าวันนี้จะต่างจากวันอื่น

บ่ายวันนั้น เวลาประมาณบ่ายสองโมง ประตูฮาลเวรอนเปิดออกโดยไม่มีใครนัดหมายล่วงหน้า

มาร์คัสเดินนำหน้าเข้ามาพร้อมทีมงานอีกสามคน หนึ่งในนั้นคือหมล

พนักงานในออฟฟิศหยุดพิมพ์งานพร้อมกัน สายตาทุกคู่หันไปทางประตู เสียงคีย์บอร์ดที่เคยดังไปทั่วห้องเงียบลงในพริบตา แนน — คนที่เคยขอลาออกในปีแรกแล้วพิมไม่ยอมให้ไป —

เป็นคนแรกที่ลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว มือของเธอยังวางค้างอยู่บนเมาส์ ไม่ขยับ

“ขอเวลาทุกคนสักสิบนาทีครับ” มาร์คัสพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่มีการทักทาย ไม่มีการแนะนำตัวเพิ่มเติม เหมือนเป็นเรื่องที่ทุกคนควรรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร

เขาประกาศสั้นๆ ว่าบริษัทแม่ตัดสินใจยุบฮาลเวรอนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ด้วยเหตุผลด้าน “การปรับโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด” พนักงานทุกคนมีสองทางเลือก — ย้ายไปทำงานที่บริษัทแม่โดยตรง หรือลาออก

ห้องทั้งห้องเงียบจนได้ยินเสียงแอร์ทำงาน แม้แต่เสียงหายใจของบางคนก็ยังได้ยิน

“กรรมการบริษัทอยู่ไหนครับ” มีเสียงพนักงานคนหนึ่งถามแทรกขึ้นมา เสียงสั่นเล็กน้อย

“คุณพิมพ์ลดาเดินทางไปต่างประเทศตั้งแต่เช้า” มาร์คัสตอบทันทีโดยไม่ต้องเปิดดูข้อมูล เหมือนรู้ตารางเวลาของพิมมาก่อนแล้ว

หมลไม่พูดอะไรตลอดการประกาศ เธอยืนอยู่ข้างมาร์คัส ถือแฟ้มเอกสารไว้ในมือ สายตาไม่สบตาใครในห้องเลยสักครั้ง นิ้วมือข้างหนึ่งกำขอบแฟ้มแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด

· · ·

การสัมภาษณ์เริ่มขึ้นทีละคนในห้องประชุมเล็กที่ปกติใช้คุยงานลูกค้า มาร์คัสถามคำถามมาตรฐานเดียวกันกับทุกคน —

จะไปบริษัทแม่ หรือจะลาออก มีเวลาให้ตัดสินใจแค่ในห้องนั้น

หมลนั่งอยู่ข้างๆ มาร์คัส คอยจดบันทึกเป็นระยะ ไม่มีใครในห้องรู้ว่าเธอเคยเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกับพิม เคยนั่งทำแบบทดสอบในห้องเย็นๆ ห้องเดียวกันเมื่อหลายปีก่อน พวกเขาเห็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดทำงานเรียบร้อย ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างมืออาชีพ

แนนเป็นหนึ่งในคนที่เข้าไปสัมภาษณ์ เธอนั่งลงตรงข้ามมาร์คัสด้วยมือที่เกร็งอยู่บนตัก หายใจเข้าลึกๆ ก่อนเริ่มพูด

“คุณจะไปบริษัทแม่ หรือลาออกครับ” มาร์คัสถามตรงๆ ไม่มีคำนำ

แนนมองไปที่หมลแวบหนึ่ง แล้วตอบกลับมาร์คัสด้วยเสียงที่มั่นคงกว่าที่ตัวเองคาดไว้

“ลาออกค่ะ”

“เหตุผล” มาร์คัสถามต่อ เหมือนเป็นแบบฟอร์มที่ต้องกรอกให้ครบ ไม่มีอารมณ์ปรากฏบนใบหน้าเลยสักนิด

“เพราะที่นี่ไม่ใช่แค่บริษัทที่จ่ายเงินเดือนหนูค่ะ” แนนตอบ แล้วก็ลุกออกจากห้องโดยไม่รอคำถามต่อ

· · ·

ตอนบ่ายสามโมงครึ่ง เลขาของพิมโทรหาเธอที่สนามบิน เสียงสั่นเล็กน้อยตอนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น พิมยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์เช็คอินพอดี มือหนึ่งยังถือหนังสือเดินทางค้างอยู่

พิมยืนนิ่งอยู่กลางห้องรอเช็คอิน มือกำโทรศัพท์ไว้แทบไม่รู้สึกถึงน้ำหนักตัวเอง ใจหนึ่งอยากบินกลับทันที อีกใจหนึ่งรู้ว่าต่อให้กลับไปตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ทันแล้ว เจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์มองมาด้วยสีหน้าสงสัยเล็กน้อยที่เธอยืนนิ่งไปนานผิดปกติ

“บอกทุกคนว่าไม่ต้องตกใจ” พิมพูดผ่านโทรศัพท์ พยายามคุมเสียงให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ “พี่มีแผนรองรับอยู่ ถ้าใครไม่อยากไปบริษัทแม่ ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีที่ไป”

เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นเธอพูดเพราะมีแผนจริงๆ อยู่แล้ว หรือเพราะไม่อยากให้ทีมของเธอรู้สึกว่าถูกทิ้งไว้คนเดียวกลางสนามรบที่พวกเขาไม่เคยเลือกจะเข้าไปสู้

· · ·

เย็นวันนั้น การสัมภาษณ์จบลงทั้งหมด

เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของพนักงานเลือกลาออก มีเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ที่เลือกไปบริษัทแม่

พนักงานที่เลือกลาออกทยอยเก็บของใส่กล่องกระดาษที่หมลเตรียมไว้ให้อย่างเป็นระบบ ไม่มีใครร้องไห้เสียงดัง มีแต่บรรยากาศเงียบๆ หนักอึ้งที่แทรกอยู่ในทุกมุมห้อง เสียงเทปกาวถูกฉีกออกจากม้วนดังเป็นระยะ กล่องกระดาษถูกวางเรียงกันไว้ที่หน้าประตูทีละกล่อง

หมลยืนดูอยู่ห่างๆ ก่อนจะเดินออกจากบริษัทเป็นคนสุดท้ายพร้อมมาร์คัส เธอหันกลับมามองห้องทำงานที่ว่างเปล่าเพียงแวบเดียว สายตากวาดผ่านโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าทุกตัว ก่อนจะปิดไฟและปิดประตู

ไม่มีใครรู้ว่าตอนนั้นเธอคิดอะไรอยู่

· · ·

(จบบทที่ 3)

จบตัวอย่างอ่านฟรี

เรื่องยังไม่จบ อีก 7 บทอยู่ในเล่มเต็ม

บทต่อไปชื่อ “ผู้ที่ไม่มีชื่อ” — คำตอบว่าทำไมคนที่ทำงานหนักที่สุด กลับเป็นคนที่ไม่มีใครเห็น และอีกหกบทจนถึงวันสุดท้ายของสองปีนั้น

  • ครบทั้ง 10 บท รวมสามบทที่อ่านไปแล้ว
  • ได้ทั้งไฟล์ EPUB และ PDF
  • ดาวน์โหลดทันทีหลังชำระเงิน เก็บไว้อ่านได้ตลอด
  • อ่านจบทั้งเล่มในราวสองชั่วโมงยี่สิบนาที
ซื้อทั้งเล่ม — 29 บาท ราคาเต็ม 39 บาท · จ่ายครั้งเดียว

พร้อมเพย์ · บัตรเครดิตและเดบิต